รถเทรลเลอร์กับความแตกต่างของน้ำมันเครื่อง

รถเทรลเลอร์กับความแตกต่างของน้ำมันเครื่อง

เมื่อเราใช้งานรถอย่างหนัก สิ่งที่เราต้องคอยดูแลก็คือประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ว่าสามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าหรือเดินทางในระยะทางไกล ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษและหมั่นตรวจเช็คอยู่เสมอ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ารถจะถูกใช้งานค่อนข้างหนัก นอกจากอะไหล่รถยนต์หรือส่วนอื่น ๆ ที่เราต้องคอยเช็ค น้ำมันเครื่องก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคอยดูอยู่เสมอ และน้ำมันเครื่องถือได้ว่าเป็นอะไหล่ 1 ชิ้น ที่สิ้นเปลืองอย่างมาก เพราะต้องคอยเปลี่ยนถ่ายบ่อย ๆ เมื่อครบกำหนดหรือถึงระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะหากเราไม่หมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะทำให้อะไหล่และระบบเครื่องยนต์ต่าง ๆ เสื่อมประสิทธิภาพหรือสึกหรอได้เร็วขึ้น เพราะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่เป็นประจำตามระยะเวลาที่กำหนดถือเป็นเรื่องที่ดีต่อระบบเครื่องยนต์ เพราะการเปลี่ยนถ่ายจะเข้าไปช่วยทำความสะอาดของเครื่องยนต์ และช่วยป้องกันการสึกหรอและการเสื่อมประสิทธิภาพของอะไหล่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เหมือนรถคันใหม่

รถเทรลเลอร์ราคาประหยัดพร้อมทีมงานมืออาชีพ รถเทรลเลอร์ รถเทรลเลอร์กับความแตกต่างของน้ำมันเครื่อง 3695822125 01 1

รถเทรลเลอร์ราคาประหยัดพร้อมทีมงานมืออาชีพ

วันนี้ขนดีจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับประเภทรถ เพราะการเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะกับการใช้งานถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ปัจจุบันในประเทศไทยมีหลากหลายยี่ห้อให้บริษัทขนส่งได้เลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับรถที่ให้บริการด้านการขนส่งอย่างมากมาย แต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไปตามแต่ขั้นตอน วิธีการ กระบวนการผลิต จนหลายบริษัทหรือบางคนอาจเกิดความสับสน เลือกไม่ถูกหรือไม่ทราบว่าน้ำมันเครื่องชนิดไหนดีและเหมาะสมที่สุดกับรถของเรา โดยในประเทศของเรามีน้ำมันเครื่องที่ขายในประเทศ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

1.น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เป็นน้ำมันเครื่องที่มีราคาแพงและดีที่สุด เพราะมีกระบวนการขั้นตอน วิธีการผลิตอย่างพิถีพิถัน รวมถึงกรรมวิธีต่าง ๆ ที่ถูกคิดค้นและวิจัยมาเป็นอย่างดีเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดี ดังนั้นน้ำมันเครื่องประเภทนี้จึงมีความสามารถในการทำงานของการหล่อลื่นเครื่องยนต์สูงสุด อัตราการระเหยของน้ำมันอยู่ในอัตราที่ต่ำ ช่วยปกป้องเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และน้ำมันเครื่องประเภทนี้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน อยู่ที่ระยะทาง 15,000 – 20,000 กิโลเมตร น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์จึงเหมาะสมกับรถที่ต้องการความใส่ใจและกรดูแลที่เป็นพิเศษ

2.น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ น้ำมันเครื่องประเภทนี้เป็นน้ำมันเครื่องที่ดีรับความนิยมมากที่สุดในบ้านเรา เพราะราคาที่อยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ถูกเกินไปหรือไม่แพงจนซื้อไม่ไหว น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์จะผสมระหว่างน้ำมันเครื่องแท้กับน้ำมันธรรมชาติ ไปตามอัตราส่วนของแต่ละบริษัทที่ผลิตน้ำมันเครื่องชนิดนี้ออกมาจำหน่าย (โดยมีสูตรเฉพาะของแต่ละบริษัท) ประสิทธิภาพของการหล่อลื่นและการปกป้องเครื่องยนต์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สำหรับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องประเภทนี้จะอยู่ที่ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร

3.น้ำมันเครื่องธรรมดา น้ำมันเครื่องชนิดนี้มีราคาถูกที่สุดจากน้ำมันเครื่องทั้งหมด เพราะเป็นน้ำมันที่ได้มาจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือได้จากการกลั่นจากน้ำมันดิบ ทำให้น้ำมันเครื่องประเภทนี้มีประสิทธิภาพด้อยกว่าน้ำมันเครื่องประเภทอื่น และอายุการใช้งานที่สั้นกว่า ดังนั้นระยะทางในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3,000 – 7,000 กิโลเมตร

จากที่กล่าวมาข้างต้น น้ำมันเครื่องที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแก่เครื่องยนต์ก็คงจะเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เพราะประสิทธิภาพที่ดีต่อเครื่องยนต์ที่สุด ใช้ได้กับรถที่ออกใหม่หรือรถที่ออกมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว อย่างที่ทราบกันดีตามกฎพื้นฐานของโลกก็คือ ประสิทธิภาพที่ดีก็ต้องแลกมากับราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากใครมีงบจำกัดหรือต้องควบคุมในด้านต้นทุนสามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์แทนได้

การใช้น้ำมันเครื่องในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของรถสำหรับบริการด้านการขนส่งต้องมาพร้อมกับ ตัวกรองน้ำมันเครื่อง ที่เราก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน และต้องหมั่นใส่ใจอยู่ตลอด เพราะหากตัวกรองน้ำมันเครื่องมีอาการผิดปกติและเกิดอุดตันขึ้นมา ก็อาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้ เพราะหน้าที่ของตัวกรองน้ำมันเครื่อง คือ กรองและดักจับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ปะปนมากับน้ำมันเครื่องอย่าง ฝุ่น เศษโลหะที่เกิดจากการเสื่อมประสิทธิภาพ เขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ นอกจากนี้ตัวกรองน้ำมันเครื่องยังช่วยในลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย เพราะน้ำมันเครื่องที่สะอาด ย่อมมีประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างดี เพราะหากบริษัทขนส่งหรือผู้ขับรถขนส่งละเลยต่อตัวกรองน้ำมันเครื่อง ผลกระทบที่ตามมาต่อเครื่องยนต์คือ รถสตาร์ทติดยาก เครื่องยนต์อืด การตอบสนองของเครื่องยนต์ด้อยประสิทธิภาพลง การเร่งของเครื่องยนต์ช้าลง และส่งผลต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ จนทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาอีกด้วย

อายุการใช้งานของตัวกรองน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะทางประมาณ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันเครื่องที่ใช้ และตัวกรองน้ำมันเครื่องต้องเลือกใช้ของแท้เท่านั้น เพราะหากเลือกใช้ตัวกรองน้ำมันเครื่องปลอม การกรองอย่างคราบเขม่า ฝุ่น เศษโลหะ จะไม่สามารถกรองได้ และหากตัวกรองน้ำมันเครื่องทนแรงดันไม่ไหวทำให้ตัวกรองเกิดการขาด และถ้ากระดาษกรองเทียมนี้หลุดเข้าไปภายในเครื่องยนต์ จนทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายอย่างมากก็เป็นได้หรือหน้าที่ในการกรองสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็ไม่สามารถทำงานได้

หากรถเทรลเลอร์ของคุณ ครบกำหนดในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรวมถึงชิ้นส่วนเล็ก ๆ อย่างตัวกรองน้ำมันเครื่อง ก็ต้องเปลี่ยนถ่ายหรือเปลี่ยนใหม่ตามมาตรฐานหรือให้มีคุณภาพ เพื่อช่วยป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์และเครื่องยนต์จะได้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานเพิ่มมากขึ้น อ่านบทความเพิ่มเติมคลิกเลย

2018-07-09T16:41:39+00:00