รถหกล้อรับจ้างกับวิธีการดูแลรักษาสภาพยาง

รถหกล้อรับจ้างกับวิธีการดูแลรักษาสภาพยาง

รถหกล้อรับจ้างหรือรถบรรทุก หรือรถขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนของ ขนส่งสินค้านั้น ยางเป็นส่วนสำคัญอย่างมากเมื่อถูกใช้งานไปเรื่อย ๆ หรือนาน ๆ เข้า ย่อมเสื่อมสภาพหรือสึกหรอไปตามกาลเวลาและระยะทางของการใช้งาน ดังนั้นการดูแลรักษายางด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะช่วยให้รถหกล้อขนส่งสินค้าของเราสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วย วันนี้ ขนดี มีวิธีการดูแลรักษายางรถของคุณมาฝากกัน ไปดูกันดีกว่า

รถหกล้อรับจ้างบริการขนของทั่้วประเทศ รถหกล้อรับจ้าง รถหกล้อรับจ้างกับวิธีการดูแลรักษาสภาพยาง Untitled 13569 01 1

รถหกล้อรับจ้างบริการขนของทั่วประเทศ

1.ยางในและยางรอง ควรใช้ขนาดและประเภทเดียวกับยางนอก

เจ้าของรถบรรทุกหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าการนำยางในและยางรองคนละขนาดกับยางนอกมาใช้งาน จะทำให้เกิดความเสียหายของยางได้ เช่น นำยางในขนาด 9.00 – 20 ใช้กับยางนอกขนาด 10.00 – 20 เมื่อสูบลมเข้าไปทำให้ยางในต้องขยายตัวมากกว่าปกติเพราะขนาดของยางที่ไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้ยางของคุณเมื่อใช้นานไปยิ่งเสื่อมสภาพเร็ว เพราะขนาดที่ต่างกันของยางนั่นเอง

2.ความเหมาะสมของโครงสร้างและดอกยางตามสภาพของการใช้งาน

เจ้าของรถบรรทุกต้องคำนึงถึงความลึกของร่องดอกยางที่มีความแตกต่างกันไปสภาพของยางรถแต่ละประเภทหรือตามความเหมาะสมของการใช้งาน เพราะร่องดอกยางจะมีแบบทั้งตื้นและแบบลึกพิเศษ ดังนั้นควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อความเหมาะสมของสภาพการใช้งาน

3.ควรมีฝาครอบปิดวาล์วเติมลมอยู่เสมอ

หลายคนอาจจะละเลยถึงฝาครอบปิดวาล์วลมเพราะไม่คิดว่าจะสร้างปัญหาให้กับรถหกล้อของคุณ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิด เพราะการไม่ปิดวาล์วเติมลมรถอาจทำให้ฝุ่น เศษหิน กรวด ดิน ที่เข้าไปแทรกภายในยางจนเป็นสาเหตุของลมยางรั่วซึมได้

4.การบรรทุกน้ำหนัก

การคำนึงถึงน้ำหนักของสิ่งบรรทุกขึ้นรถก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่คำนึงถึงน้ำหนักให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักของรถก็อาจจะทำให้รถเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วมากยิ่งขึ้น เช่น  การบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราจะทำให้ดอกยางเสื่อมประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว ลดอายุการใช้งานของลง รวมถึงโครงผ้าใบบริเวณขอบยางหักและยางบวม ที่อาจทำให้เกิดการระเบิดของยางได้ หรือแม้แต่การบรรทุกสิ่งของในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นสาเหตุของการสึกหรอของยาง

5.ความเร็วในการขับรถ

การขับรถด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา เช่น จำนวนในการเบรกรถที่เพิ่มมากขึ้นและส่งผลต่อตัวยางโดยตรง ดอกยางสึกหรอเร็ว ความร้อนของยางเพิ่มมากขึ้น ยางเกิดการบวมล่อนและระเบิดได้ง่าย ดังนั้นการขับรถด้วยอัตราความเร็วตามมาตรฐานก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายตรงไหน แถมป้องกันทั้งยางและอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย

6.การเติมลมของยาง

การเติมลมยางถือว่าเป็นปัจจัยหลักของการดูแลรักษายางรถยนต์ ถ้าขาดการดูแลที่ดี จะเกิดผลเสียตามมาดังนี้

– เติมลมน้อยเกินไป จะทำให้ยางจะบวมล่อนได้ง่ายและไปลดอายุการใช้งานของยางลง

– เติมสูบลมมากเกินไป หากได้รับแรงกระแทกก็อาจเกิดการระเบิดของยางได้ง่าย เพราะเมื่อการกระแทกของยาง ดอกยางโดยเฉพาะกลางหน้ายางจะสึกลงเร็วเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเกิดการกระแทก การสั่นสะเทือนจะถ่ายเทขึ้นมาสู่ตัวรถได้มาก และทำให้อายุของยางลดลงได้เร็วขึ้น

– การเติมลมของยางล้อคู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมลมและรักษาระดับแรงดันลมในล้อคู่ให้เท่ากันตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นยางเส้นที่มีแรงดันมากจะรับน้ำหนักมาก ชำรุดเสียหายง่าย ดังนั้นการเติมลมยางไม่เท่ากัน เส้นที่เติมลมน้อยจะรับน้ำหนักไม่เท่ากันการสึกของยางจะไม่เรียบเสมอกัน

(ทริคเพิ่มเติม : ไม่ควรปรับความดันลมยางในขณะที่ยางมีความร้อน เนื่องจากความร้อนทำให้ยางขยายตัวมากกกว่าปกติ เพราะความแตกต่างของแรงดันก็เป็นส่วนสำคัญในการรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเติมลมยางให้ได้มาตรฐานหรือเท่ากันก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้อีกด้วย)

7.ศูนย์ล้อ

มุมล้อหรือศูนย์ล้อจะต้องถูกต้องตามค่าที่กำหนดไว้ ดังนั้นควรตรวจสอบศูนย์ล้อและช่วงล่างทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่

และในทุก ๆ 6 เดือน เพราะถ้าหากศูนย์ล้อผิดปกติหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะทำให้ยางเสื่อมประสิทธิภาพเร็วขึ้น และการควบคุมพวงมาลัยรถจะทำได้ยากจนทำให้รถเกิดเสียการทรงตัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมา

8.การใช้ยางล้อคู่

สำหรับยางล้อคู่ควรใช้ยางที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหรือเส้นรอบวงยางเท่ากัน เพราะยางที่มีความสูงไม่เท่ากันเมื่อนำมาใช้คู่กัน ยางเส้นที่สูงกว่าจะรับน้ำหนักมากกว่าเป็นผลให้ยางชำรุดเสียหายง่าย และกรณีที่ใช้ยางที่มีความสูงของยางไม่เท่ากันในเพลาเดียวกัน ยางแต่ละด้านจะทำให้เสียการทรงตัวพวงมาลัยจะฝืนหรือหนักไปด้านล้อที่เล็กกว่า หากใช้เป็นเวลานานจะส่งผลเสียถึงระบบรองรับของรถคันนั้นด้วย

9.การสลับตำแหน่งยาง

เมื่อมีการเปลี่ยนยางเว้นใหม่ เมื่อใช้งานยางไปประมาณ 5,000 – 10,000 กม. ผู้ขับจำเป็นต้องสลับตำแหน่งยางเพื่อความเหมาะสมต่อสภาพการใช้งานของยาง เพราะตำแหน่งที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุของยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งล้อหน้า จะเกิดการสึกผิดปกติของดอกยางง่ายที่สุด ดังนั้นการสลับยางช่วยให้ยางสึกเรียบและเท่าเทียมกัน และยังช่วยในเรื่องของยางเพื่อหมุนกลับทิศทางกัน เพื่อแก้ปัญหาการสึกไม่เรียบ และยางที่ใช้ในล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนเมื่อเปลี่ยนไปใช้ล้อหน้าจะทำให้อายุยางยาวขึ้น

การดูแลยางเป็นเรื่องที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญ เพราะถ้าหากมองข้ามปัญหาเรื่องยางแล้ว ผลที่ตามมาอาจจะมากมายจนบางครั้งอาจจะแก้ไขไม่ทัน โดยเฉพาะบริษัทขนส่งที่ต้องใช้รถหกล้อรับจ้างหรือขนส่งสินค้าในการให้บริการ อ่านบทความเกี่ยวรถรับจ้างได้ที่นี่

2018-07-06T15:01:24+00:00