รถขนส่งกับพฤติกรรมห้ามทำขณะขับรถเร็ว

การขับขี่รถในอัตราความเร็วสูง มักก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนตามมาได้อย่างง่ายดาย หลายครั้งผู้ขับมักจะขับรถในอัตราที่เร็วขึ้นในถนนที่ไม่มีรถวิ่งผ่าน ที่เกิดจากความชะล่าใจของผู้ขับ ดังนั้นหากขับรถด้วยความความเร็วผู้ขับขี่จะต้องมีสติและสมาธิ ความระมัดระวังมากกว่าปกติ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่ในทางที่ดีผู้ขับควรขับรถในอัตราตามเร็วให้เหมาะสมจะดีกว่า อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะยังชินกับการขับรถด้วยความเร็วอยู่วันนี้ขนดีจึงมีพฤติกรรมสุดอันตรายที่ห้ามทำขณะขับรถด้วยความเร็วสูง ที่หลายคนอาจเคยชินจนเผลอทำอยู่

รถขนส่งกับพฤติกรรมห้ามทำขณะขับรถเร็ว รถขนส่ง รถขนส่งกับพฤติกรรมห้ามทำขณะขับรถเร็ว VBNGHRE 01

รถขนส่งกับพฤติกรรมห้ามทำขณะขับรถเร็ว

1.ใช้มือข้างเดียวจับพวงมาลัย

การจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูงจะลดประสิทธิภาพในการควบคุมพวงมาลัย หากู้ขับเกิดต้องการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน หรือในกรณีตกหลุมถนนหรือกระแทกกับลูกคลื่นอย่างแรงในขณะที่มองไม่เห็น ทำให้การเสียการควบคุมพวงมาลัย จนรถเกิดเสียหลักหรือเสียการทรงตัว สำหรับท่าจับพวงมาลัยให้ได้มาตรฐานควรจับในตำแหน่งที่ 9 นาฬิกาและ 3 นาฬิกา ที่ทำให้อุ้งมือล็อกอยู่กับก้านพวงมาลัย ช่วยลดอาการสะบัดของพวงมาลัยในกรณีรถตกหลุมหรือกระแทกได้

2.จับพวงมาลัยไม่มั่นคง

หากผู้ขับขี่จับพวงมาลัยรถขนสินค้าได้อย่างถูกต้องแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากจับด้วยน้ำหนักมือบาเกินไป ก็เสี่ยงต่อพวงมาลัยหลุดมือได้ โดยเฉพาะเวลาที่ล้อรถเกิดตกหลุมหรือขับผ่านแอ่งน้ำ จนทำให้รถเกิดเสียหลักได้ ดังนั้นการจับพวงมาลัยด้วยน้ำหนักที่พอดี ม่มากไปไม่น้อยไป ก็เป็นวิธีที่ช่วยได้

3.เปลี่ยนเลนหรือหักหลบกะทันหัน

การเปลี่ยนเลนหรือหักหลบอย่างกะทันหันและรวดเร็ว อาจทำให้รถเสียการควบคุมได้ง่าย และรวมไปถึงกรณีการหักหลบสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่ไม่คาดว่าจะเจอลนท้องถนน เพราะเมื่อเจอสิ่งกีดขวางแล้วต้องหักพวงมาลัยด้วยความรวดเร็วและรุนแรงรถที่ขนส่งสินค้าอาจเสียหลักได้ง่าย

4.ขับชิดติดคันหน้ามากเกินไป

การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าน้อยเกินไป สามารถสร้างอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี และหลายต่อหลายครั้งมักลงท้ายด้วยการทะเลาะวิวาทตามมา เพราะการเว้นระยะห่างที่น้อยเกินไป ทำให้ขณะที่ขับขี่บนท้องถนนแล้วต้องการเหยียบเบรกไม่สามารถกะระยะเหยียบเบรกได้ทัน ในกรณีที่พื้นถนนมีความลื่น ควรเว้นระยะทางจากรถคันหน้ามากกว่าถนนที่มีแห้งหรือสภาพปกติ เพราะต้องใช้การกะระยะทางในการเบรกมากกว่าปกติ

5.สายตาไม่จดจ่อกับทางข้างหน้า

การขับรถด้วยความเร็วที่สูง สายตาจะต้องโฟกัสหรือจดจ่อกับทางที่อยู่ข้างหน้าตลอด เพราะหากผู้ขับขี่มัวเหม่อลอย หรือสายตาไม่โฟกัสต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นได้ จนไม่สามารถตัดสินใจหรือควบคุมรถได้ทัน

ถึงแม้การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงจะช่วยให้ผู้ขับรถขนส่งสามารถย่นระยะเวลาที่จะสูญเสียไปได้ แต่ผู้ขับควรไม่ประมาทและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายที่กำหนด และหากใครติดการขับรถด้วยอัตราความเร็วที่สูง ลองพยายามปรับเปลี่ยนการใช้ความเร็วในการขับรถ เพราะอุบัติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เมื่อเราประมาท ดังนั้นอย่าประมาท ปลอดภัยไว้ก่อนคือสิ่งที่ดีที่สุด อ่านบทความรถรับจ้างเพิ่มเติมได้ที่นี่

2018-09-10T10:19:43+00:00