บริษัทขนส่งกับการกู้เงินทำธุรกิจ

การทำธุรกิจบริการขนส่งในปัจจุบันนี้มีการเติบโตและกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องมาจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์และการขยายตัวของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมการส่งออกที่มีการเติบโต การขยายตัวของภาคธุรกิจในหลายๆด้านได้ส่งผลต่อธุรกิจการขนส่งที่มีการขยายตัวตามไปด้วย การลงทุนในการทำธุรกิจขนส่งก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการตัดสินใจประกอบธุรกิจ

ซึ่งการจะเริ่มต้นทำธุรกิจแต่ละธุรกิจได้นั้นนอกจากจะต้องมีความรู้และการศึกษาหาข้อมูลการทำธุรกิจมาเป็นอย่างนี้ก่อนการตัดสินใจลงทุนแล้ว สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ เงินทุนในการลงทุนการประกอบธุรกิจ เพื่อให้การเริ่มต้นการทำธุรกิจหรือการพัฒนาธุรกิจให้มีการเติบโต สภาพทางการเงินก็ต้องมีสภาพที่คล่อง หากผู้ประกอบการที่ต้องการจะเริ่มต้นในการทำธุรกิจก็จำเป็นต้องอาศัยความเงินทุนเป็นสำคัญ และที่สำคัญอย่างยิ่งนั้นคือ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงและการทำธุรกิจนั้นจำเป็นต้องมีวงเงินที่สูงเพื่อเป็นหลักประกันในการทำธุรกิจให้มีสภาพคล่องต่อไปได้ การจะเริ่มต้นของนักธุรกิจหลายๆคนจึงจำเป็นที่จะต้องมีเงินทุน โดยทางเลือกหนึ่งในกรณีไม่มีเงินทุนสำรองไว้มาก ก็คือการกู้เงินจากธนาคาร แต่การจะทำให้การกู้เงินทำธุรกิจของเราผ่านการอนุมัติมาเพื่อทำธุรกิจได้นั้น ในส่วนของผู้ประกอบการก็ต้องมีความพร้อมในหลายๆด้านและมีการเตรียมตัว อีกทั้งความพร้อมของเอกสารเพื่อให้ผ่านการอนุมัติเงินกู้มาเพื่อทำธุรกิจได้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ และวันนี้ Khonde จะมาแนะนำวิธีการเตรียมตัวและวางแผนและสร้างความพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการจะประกอบการธุรกิจขนส่ง สำหรับบริษัทขนส่งเพื่อให้ผ่านการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกัน


บริษัทขนส่งกับการกู้เงินทำธุรกิจ บริษัทขนส่ง บริษัทขนส่งกับการกู้เงินทำธุรกิจ 160814 01 1

บริษัทขนส่งกับการกู้เงินทำธุรกิจ

ข้อแนะนำสำหรับเตรียมความพร้อมการวางแผนการกู้เงินทำธุรกิจสำหรับบริษัทขนส่ง

1.วางแผนแผนธุรกิจ (Business Plan)

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญ โดยเริ่มต้นนั้นควรวางแผนการดำเนินการทำธุรกิจไว้ว่าเราจะวางแผนระยะสั้นหรือระยะยาว การวางแผนธุรกิจระยะสั้นจะมีระยะเวลาอยู่ที่ 1-3 ปี ส่วนแผนระยะยาวจะอยู่ที่ระยะเวลา 3-5 ปี โดยเราจะต้องมีการวางแผนการทำธุรกิจให้ดีและหาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจของตนเองให้เป็นอย่างดี คำนวณถึงความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจให้ได้กำไรมากแค่ไหน นอกจากนี้ก็ต้องมีการวางแผนการบริหารการเงินในส่วนต้นทุน ค่าใช้จ่าย รายได้ คำนวณความคุ้มค่าของการลงทุน การวางแผนการตลาด แผนการบริการบุคคล รวมไปถึงแผนการผลิตสินค้าและการบริการให้มีความละเอียดเพื่อที่จะช่วยวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ธนาคารเห็นว่าเรามีประสิทธิภาพพอที่จะสามารถประกอบธุรกิจให้เติบโตและได้กำไรได้

ในส่วนของการเตียมเอกสารก็สำคัญ ผู้กู้ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อให้ธนาคารเห็นถึงศักยภาพในการลงทุนหรือความสามารถในการใช้หนี้ของผู้กู้ด้วย

2. บันทึกความคลื่อนไหวทางบัญชี (Statement)

การบันทึกความเคลื่อนไหวทางบัญชี หรือการทำรายรับรายจ่าย จะช่วยแสดงให้เห็นถึงระบบการจัดการเงินของผู้ประกอบการและการมี Statement จะทำให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวทางบัญชีเพื่อคำนวณความเสี่ยงในการเป็นหนี้ได้ ถือว่าเป็นการทำแผนของธุรกิจที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารว่าผู้ประกอบการมีวิธีการวางแผนธุรกิจและมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้มากน้อยแค่ไหน

3. มีประวัติทางธุรกรรมทางการเงินที่ดี

การจะกู้เงินเพื่อทำธุรกิจนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และธนาคารที่จะอนุมัติเงินกู้เพื่อการทำธุรกิจได้ก็ต้องมีความมั่นใจในผู้ประกอบการ ยิ่งการทำธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันนั้นสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆของผู้ประกอบการก็สามารถถูกตรวจสอบได้ง่าย ถ้าหากว่าผู้ประกอบการมีประวัติในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ค่อยดี เช่น ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา ก็อาจจะส่งผลต่อการอนุมัติของธนาคารในการให้เงินกู้ได้ ดังนั้นผู้กู้จึงต้องรักษาประวัติในการทำธุรกรรมทางการเงินให้ดีเพื่อความน่าเชื่อถือที่จะมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

4.เอกสารทางการค้า

เอกสารทางการค้าเช่น เอกสารคำสั่งซื้อ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารเกี่ยวกับภาษี เป็นต้น ถือว่าเป็นเอกสารที่ต้องได้รับการรักษาไว้อย่างดีเพราะเป็นเอกสารที่สำคัญ มีเไว้ใช้เมื่อธนาคารเรียกมาดูเพื่อแสดงถึงหลักฐานการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของบริษัทเพื่อแสดงให้เห็นถึงการหมุนเวียนทางธุรกิจของบริษัท

5.ศึกษาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคาร

การจะกู้เงินเพื่อการทำธุรกิจนั้นควรศึกษาให้ดี โดยศึกษาเปรียบเทียบจากหลายๆธนาคารหรือแหล่งเงินกู้ที่ต้องการจะกู้ เพื่อเปรียบเทียบวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย สิทธิประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับของแต่ละธนาคารว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้างและเราสามารถรับเงื่อนไขได้ไหม เมื่อเจอแหล่งเงินกู้ที่ตรงใจและอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถกู้ได้แล้วก็นำข้อมูล เตรียมเอกสารเพื่อไปยื่นกู้กับธนาคารนั้นๆ จึงต้องทำการศึกษาให้ละเอียดอย่างมากเพื่อความพึงพอใจและผลประโยชน์ที่ดีให้แก่ทั้งสองฝ่าย

เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคาร

สำหรับบุคคลธรรมดา

  1. สำเนาทะเบียนการค้า หรือเอกสารทางการค้าอื่นๆ

  2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้กู้ คู่สมรสผู้กู้ ผู้ค้ำประกันและคู่สมรสผู้ค้ำประกัน

  3. เอกสารสรุปรายการเดินบัญชี (Bank statement) ของธนาคารหลักที่ใช้บริการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

  4. เอกสารแสดงรายได้กิจการ เช่น งบการเงินภายในหรือเอกสารทางการค้าที่สามารถตรวจสอบได้อย่างน้อย 6 เดือน

  5. หนังสือยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร

  6. สำเนาเอกสารสิทธิหลักประกัน

สำหรับนิติบุคคล

  1. หนังสือรับรองบริษัท ซึ่งออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ฉบับล่าสุด) ไม่เกิน 1 เดือน

  2. สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ (มอจ.5)

  3. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ถือหุ้น / กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ค้ำประกัน / ผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

  4. งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตย้อนหลัง 3 ปี5

  5. เอกสารสรุปรายการเดินบัญชี (Bank statement) ของธนาคารหลักที่ใช้บริการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

  6. หนังสือยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร

  7. สำเนาเอกสารสิทธิหลักประกัน

เมื่อเราเตรียมตัวเองให้มีความพร้อมในด้านการบัญชีและเอกสารประกอบแล้วในการกู้เงินเพื่อจะไปกอบธุรกิจแล้ว การจะไปกู้เงินเพื่อการลงทุนให้ธนาคารอนุมัติงบไปประกอบกิจการก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อเรามีความพร้อมในทุกๆด้านแล้ว การกู้เงินเพื่อการทำธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในการที่จะทำให้ธุรกิจมีความก้าวหน้าสำหรับผู้ประกอบการบริษัทขนส่งทั้งหลาย Khonde จึงหวังว่าข้อมูลในวันนี้จะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจของผู้ประกอบการที่ต้องการจะเปิดหรือพัฒนาต่อยอดธุรกิจ “บริษัทขนส่ง” ให้มีความก้าวหน้าและเติบโตในการเป็นบริษัทขนส่งในการทำธุรกิจการเป็นบริษัทขนส่งสินค้าต่อไป

.

.

ข้อมูลอ้างอิง

moneyhub.in.th

2018-09-10T09:38:53+00:00